ผมลองนั่งลิสต์คร่าวๆว่า มีอุปนิสัยอะไรบ้างที่พวกเราชาวนักmlmควรจะมี หรือต้องมีกัน
1. ข้อแรกถือเป็นข้อที่สำคัญที่สุด คุณต้องโฟกัส โฟกัส และโฟกัสกลุ่มเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณคิดว่าทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณคือผู้มุ่งหวังที่จะต้องถูกสปอนเซอร์ คุณจะสมัครใครไม่ได้ซักคน (หรือได้บ้าง แต่คิดเป็นเปอร์เซนต์ความสำเร็จแล้วน้อยมาก) เพราะคุณกำลังเหวี่ยงเบ็ดตกปลาออกไปทุกทิศทุกทาง หวังลมๆแล้งๆว่าจะต้องจับปลาให้ได้สักตัว แล้วผลลัพธ์ละครับ คุณก็จะจับปลาไม่ได้เลย แต่ถ้าคุณรู้ว่าที่ไหนมีปลาชุกชุม เพียงแค่เอาหย่อนเบ็ดก็ตกปลาได้แล้ว
ตอนนี้กลุ่มเป้าหมายคุณเป็นใครครับ อาจจะเป็นคนที่กำลังมองหาธุรกิจเครือข่ายทำอยู่ หรืออาจจะเป็นคนที่บาดเจ็บสาหัสจากธุรกิจเครือข่ายและกำลังมองหาผู้ที่จะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ อัตราความสำเร็จในการสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังของคุณจะเพิ่มสูงมากถ้าเริ่มโฟกัสเป้าหมายครับ
มีคำกล่าวของฝรั่งที่ทำธุรกิจเครือข่ายด้วยกัน บอกว่า If you try to recruit everybody, you will probably recruit nobody. จากประสบการณ์ของคุณ คุณว่าจริงไหม?
คุณอาจจะมีคำถามว่า ถ้ากำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว มีวิธีอะไรถึงจะเข้าถึงตัวได้ละ ใจเย็นๆครับ ผมจะทยอยเล่าให้ฟังวันหลัง เดี๋ยวอุปนิสัย7สิ่งต้องประสงค์ของผมจะยาวเกินไป
2. คุณต้องรู้ในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้
คุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ หลายๆคนจะยอมติดตามคุณไปเพราะเชื่อว่าคุณคือมือโปร หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่รู้มากกว่าพวกเขา
ถ้าคุณเป็นคนไข้ที่ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ คุณจะไปที่ไหนครับระหว่างตลาดสดสนามเป้า กับโรงพยาบาล…
ตอบโดยไม่ต้องคิด ใช่ไหมครับ ต้องโรงพยาบาลอยู่แล้ว คุณคงไม่อยากให้ชีวิตคุณตกอยู่ภายใต้มีดปังตอของพ่อค้าเนื้อหมูใช่ไหมครับ แล้วทำไมต้องเป็นโรงพยาบาลด้วยละ …. ก็เพราะคุณรู้ว่ามีหมอ หมอไว้ใจได้ หมอจะทำให้เราหายป่วย เพราะหมอรู้มากกว่าเรา…พอเข้าใจคอนเซ็ปต์แล้วนะครับ ถ้าเราทำให้ผู้มุ่งหวังมีความเชื่อถือในตัวคุณ ว่าคุณสามารถช่วยพวกเขาแก้ปัญหาได้ นำพาพวกเขาให้ประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเครือข่ายอะไร ผู้มุ่งหวังก็จะตามคุณไปทุกที่ครับ
3. ต้องคิดให้ต่างจากคนทั่วไป
ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดเลือดพล่าน โดยเฉพาะนักรบธุรกิจเครือข่ายMLM สิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดได้ความคิดที่ไม่เหมือนใคร ต้องคิดให้ต่างจากคนอื่นๆทั่วไป
คนทั่วไปรวยไหมครับ ถ้าคุณคิดและทำเหมือนคนทั่วไปแล้วจะรวยไหมครับ?
ไอเดียใหม่ๆอาจจะมาจากการศึกษาค้นคว้า อ่านหนังสือการตลาด หนังสือธุรกิจมากๆ หรือจาก internet ก็ได้ อาทิเช่น คุณอาจจะศึกษาการทำธุรกิจเครือข่ายผ่านการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีAttraction Marketing นักธุรกิจเครือข่ายมีเรือนแสน แต่มีกี่คนที่ใช้วิธีนี้ และใช้อย่างถูกหลักวิชาครับ
4. ต้องสร้างความสัมพันธ์
เคยสังเกตไหมครับว่า เวลาเราเช็คอีเมล์บางฉบับ เราสามารถลบได้โดยไม่ต้องคิดแม้แต่จะเปิดอ่าน แต่บางฉบับกลับเลือกที่จะเก็บไว้อ่าน ทำไมนะ…
มันไม่เกี่ยวกับว่าอีเมล์ฉบับนั้นบอกคุณเกี่ยวเทคนิค ความลับหรืออะไรหรอกครับ มันเกี่ยวกับว่าใครเป็นคนส่งมาหาคุณ และคุณรู้สึกอย่างไรกับผู้ส่งอีเมล์มาให้คุณต่างหาก
ขอยกตัวอย่าง ถ้าคุณลุงผู้ใจดี แสนอารีย์ที่คุณรู้จักสมัยเด็กๆ ว่าอยากได้อะไรคุณลุงก็ซื้อให้ มากดกริ่งหน้าบ้าน คุณแทบจะวิ่งตกบันไดลงมาเปิดประตูด้วยความยินดี จริงไหมครับ ในทางกลับกัน ถ้าป้าแก่ๆขึ้บ่น ชอบใช้งานคุณ (ใจร้ายด้วย) ที่เคยตีคุณตอนเป็นเด็ก มากดกริ่งหน้าบ้าน คุณจะทำอย่างไร? ไม่ต้องคิดเลยครับ แกล้งทำเป็นไม่มีใครอยู่บ้านดีกว่า (ไม่ต้องยิ้มครับ ผมรู้คุณก็เคยทำเหมือนผมมาก่อน) นั่นเป็นเพราะอะไรครับ ก็เพราะเราไว้ใจ และรู้สึกดีกับคุณลุงที่มีแต่ให้ แต่รู้สึกแย่กับคุณป้าที่คิดแต่จะใช้งานเรา
ธรรมชาติทั่วไปของมนุษย์คือชอบที่จะเป็นผู้รับ ดังนั้นถ้ามีใครมาให้สิ่งดีๆที่มีคุณค่าแก่ตัวเรา แน่นอนเราก็พร้อมอ้าแขนเปิดรับเขาเข้ามา
พอจับคอนเซปต์ได้ไหมครับ?
เอาใหม่ขอยกตัวอย่างอีกที คุณเคยสมัครรับข่าวสารจากที่ไหนบ้างรึเปล่าครับ ปกติเรามักจะเก็บอีเมล์ฉบับนั้นไว้ใช่ไหมครับ เพราะเราไว้ใจและเต็มใจที่จะรับข่าวสารนั้น เนื่องด้วยมันให้สาระที่เป็นประโยชน์หรือความบันเทิงกับเรา
ข้อ5.คุณต้องหัดช่วยเหลือและแก้ปัญหา(บางเรื่อง)ด้วยตัวคุณเอง
เจ้าของธุรกิจอาจไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง เพราะว่าพวกเขาสามารถจ้างคนที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่ามาช่วยงาน เช่น การตลาด การบริหารทรัพยากรบุคคล การเงิน
แต่ถ้าเจ้าของธุรกิจทำอะไรเองไม่เป็นเลย ดูบัญชีไม่เป็น ไม่รู้เรื่องการเงิน แล้วคุณคิดว่าธุรกิจจะไปรอดไหมครับ
มีเงินกี่ร้อยล้านก็หมดครับ เพราะเขากำลังเอาธุรกิจของเขาไปอยู่ในมือของคนอื่น
คุณต้องทำบางอย่างที่สำคัญเองให้เป็นบ้าง อาทิเช่น การบริหาร leads การทำemail marketing เพราะคุณคือเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่ลูกจ้าง
กฎเหล็กข้อหก คุณต้องไม่ทำตามแบบอย่างที่คนทั่วไปทำกัน
ผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณเป็นคนขวางโลก แต่ให้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามจากคนอื่นๆ (เอ๊ะ ยังไง ยิ่งอ่านยิ่งงง)
ลองคิดตามนะครับ คุณว่าโดยทั่วไปนักธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ทำเงินได้ไหมครับ
คำตอบคือ ไม่ได้สักสลึง ทำไมนะหรือ? ก็เพราะวิธีแบบเดิมๆ (old school) ที่ใช้กันอยู่ที่สอนกันมานานนับหลายทศวรรษ ก็ยังทำแบบเดิมๆอยู่ สุดท้ายก็เจ็บแบบช้ำๆไปตามระเบียบ (ไล่ล่าคนใกล้ตัวจนหมดลิสต์, เสียค่ารถ ค่าตั๋วเข้าประชุมที่โรงแรม, ต้องเดินทางไปประชุมทุกอาทิตย์, คนใกล้ตัวเริ่มหนีหาย ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ และอื่นๆอีกมากมาย) ลองถามใจตัวเองอีกครั้งนะครับว่าวิธีนี้ ใช่คำตอบของการทำธุรกิจเครือข่ายหรือไม่?
ถ้าไม่แล้วทำอย่างไรดี
ก็ทำตรงกันข้ามกับที่คนส่วนใหญ่ทำกันสิครับ
ถ้าวิธีเดิมต้องออกไล่ล่าหาผู้มุ่งหวัง วิธีใหม่ต้องให้ผู้มุ่งหวังมาไล่ล่าเรา
ถ้าวิธีเดิมต้องออกไปประชุมที่โรงแรม วิธีใหม่ต้องนั่งตากแอร์ ไม่ต้องใส่เสื้อก็ได้ นั่งประชุมออนไลน์ที่บ้าน
ถ้าวิธีเดิมทำให้คนใกล้ตัวหนีหาย วิธีใหม่คนใกล้ตัวยังอยู่ครบ สัมพันธภาพยั่งยืนเหมือนเดิม ไม่ถูกมองเหมือนเป็นแมลงสาบ(จำโฆษณาขายประกันได้ไหมครับ)
ถ้าวิธีเดิมไม่เคยทำเงินให้คุณ วิธีใหม่จะทำให้คุณมีรายได้แม้จะสปอนเซอร์ใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว
ถ้าวิธีเดิม…. ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามันยังมีอีกมากมาย
ไม่ลองฉีกกฎเดิมๆดูบ้างหรือครับ มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้นะ… หรือคุณพอใจกับชีวิตตอนนี้ครับ?
ข้อเจ็ด คุณต้องแสดงความคิดเห็น และแบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนของคุณ
ข้อนี้ผมพูดเล่นครับ แต่ยินดีครับสำหรับทุกความคิดเห็น
(ผมชอบเลขเจ็ด ก็เลยพยายามจะทำให้มันได้เจ็ดข้อครับ)
Read more article at ธุรกิจ MLM: 5เหตุผล จนปัญญาสมัครคน!.